Breaking News : ศาลยกคำร้อง ปิดแพลตฟอร์มออนไลน์ VOICE TV

21 ต.ค. 2563 เวลา 7:46 น.

ศาลยกคำร้อง ปิดแพลตฟอร์มออนไลน์ VOICE TV เนื่องจากผู้ร้องคือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่แสดงเหตุชัดเจนว่าจะให้ศาลปิดเนื้อหาบางส่วน หรือปิดทั้งหมด

ศาลยกคำร้อง ปิดแพลตฟอร์มออนไลน์ VOICE TV เนื่องจากผู้ร้องคือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่แสดงเหตุชัดเจนว่าจะให้ศาลปิดเนื้อหาบางส่วน หรือปิดทั้งหมด

วันนี้ มีรายงานข่าวว่าศาลอาญายกคำร้องปิดทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ของสำนักข่าว VOICE TV เนื่องจากผู้ร้องคือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่แสดงเหตุชัดเจนว่าจะให้ศาลปิดเนื้อหาบางส่วน หรือปิดทั้งหมด จึงขอยกเลิกคำร้องที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส ร้องยังตำรวจ ขณะเดียวกันศาลยังได้ยกเลิกคำสั่งที่เคยขอให้ศาลระงับช่องทางการเผยแพร่ข่าวของสำนักข่าวประชาไท ,The reporter และ The standard

กรณีดังกล่าวข้างต้น ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 35 วรรคสอง บัญญัติห้ามรัฐปิดสื่อมวลชนเพื่อลิดรอนเสรีภาพในการเสนอข่าวสาร มาตรา 36 วรรคหนึ่ง บัญญัติรับรองเสรีภาพของบุคคลในการสื่อสารถึงกัน การตีความพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 20 ก็ดี พระราชกำหนดการบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 มาตรา 9 (3) ก็ดี จึงต้องเป็นไปโดยสอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรมญดังกล่าว

ทั้งนี้ พระราชบัญญัติวด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 20 ให้อำนาจศาลระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลออกจากระบบคอมพิวเตอร์ และมาตรา 3 ของพระราชบัญญัตินี้ะบุว่า "ข้อมูลคอมพิวเตอร์" หมายถึง ข้อมูล ข้อความ ...ในระบบคอมพิวเตอร์ ดังนั้น เจตนารมณ์ของกฎหมายย่อมมุ่งหมายที่จะให้ศาล ห้าม โดยเฉพาะเจาะจงซึ่งข้อมูลที่เป็นความผิด ตามมาตรา 20 (1) (3) โดยเฉพาะเจาะจงเป็นข้อความ ส่วนพระราชกำหนดการบริหาราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 9 (3) ห้ามการเสนอข่าวที่มีข้อความทำให้ประชาชนหวาดกลัวนั้น กฎหมายประสงค์ให้ห้ามเป็นการเฉพาะข่าวหรือข้อความ เช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นการห้ามเข้าถึงข้อมูลหรือข้อความที่มีการนำเสนอปรากฏต่อศาลในปัจจุบันแล้ววขัดต่อกฎหมาย

กฎหมายได้มีเจตนารมณ์ที่จะให้ศาลมีคำสั่งปิดช่องทางการสื่อสารของบุคคลหรือสื่อสารมวลชน ทั้งช่องทาง ซึ่งมีผลการนำเสนอข้อความในอนาคตที่ยังไม่มีการพิสูจน์ความผิดด้วย ส่วนความขัดข้องในเรื่องการปิดกันการเข้าถึงทางเทคนิคนั้น เป็นเรื่องในชั้นบังคับคดี ไม่มีผลให้เปลี่ยนแปลงหลักกฎหมาย

ดังนั้น การที่ศาลมีคำสั่งระงับการแพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม URL ทั้ง 20 รายการ ซึ่งเป็นการปิดช่องทางการสื่อสารของ สำนักข่าว VOICE TV ,ประชาไท, The Reporters, The STARNDARD หรือของกลุ่มยาวขนปลดแอก Free YOUTH โดยเหตุที่ผู้ร้องไม่ได้แสดงให้ชัดเจนว่า เป็นการขอให้ปิดสื่อทั้งช่องทาง ทำให้ศาลมิได้รู้ข้อเท็จจริงอันถูกต้อง เข้าใจว่าเป็นการปิดกั้นเฉพาะเนื้อหาบางส่วน ที่คัดนำเสนอต่อศาล คำสั่งศาลดังกล่าวจึงไม่ถูกต้อง จึงมีคำสั่งให้ยกเลิกคำสั่งศาลที่ให้ระงับการแพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ในคดีนี้