"เพื่อไทย" จวก "บิ๊กตู่" อยู่มา 5 ปี ล้มเหลวในการแก้ปัญหาฝุ่นพิษ

22 พ.ย. 2563 เวลา 4:57 น.

คณะอนุกรรมการนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติพรรคเพื่อไทย ดับเครื่องชนนายกฯ ติงล้มเหลวกับการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษที่ ปล่อยให้ลากยาวมานาน 5 ปี ระบุเศรษฐกิจไทยตกต่ำ แต่ชาวบ้านต้องเจียดเงินไปซื้อหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันตัวเอง

คณะอนุกรรมการนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติพรรคเพื่อไทย ดับเครื่องชนนายกฯ ติงล้มเหลวกับการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษที่ ปล่อยให้ลากยาวมานาน 5 ปี ระบุเศรษฐกิจไทยตกต่ำ แต่ชาวบ้านต้องเจียดเงินไปซื้อหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันตัวเอง

 ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช ประธานคณะอนุกรรมการนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ตลอด 5 ปี ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ล้มเหลวกับการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 จะเห็นว่าขณะที่เศรษฐกิจไทยตกต่ำที่สุดในรอบ 20 ปี แต่ประชาชนส่วนใหญ่กลับต้องใช้รายได้ที่ได้มา เพื่อซื้อหน้ากาก N95 และเครื่องฟอกอากาศ เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ากันเอง สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวกับการแก้ไขปัญหาโดยสิ้นเชิง

ฝุ่น PM2.5 กลับมาแล้ว กรุงเทพหลายพื้นที่ เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

 

 จะเห็นว่าการดำเนินการของไทยต่างไปจากชาติอื่นๆ ที่เอาจริงเอาจังกับการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2. 5 เช่น จีน สามารถลดค่าฝุ่น PM 2.5 ในกรุงปักกิ่งได้กว่าร้อยละ 55 สะท้อนว่าหากนโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ดีจริง ปัญหานี้คงคลี่คลายไปแล้ว ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทย เคยเสนอนโยบายระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาวเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ไปหลายครั้ง แต่ไม่เห็นรัฐบาลจะดำเนินการใดๆ ซึ่งหากรัฐบาลมีความจริงใจกับประชาชน ก็ควรที่จะมุ่งมั่นและเร่งรีบแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในทันที

 

 รัฐบาลต้องมีนโยบายที่แหลมคม โดยสามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างจริงจัง ในการนำมาตรการต่างๆ ที่ใช้ได้ผลแล้วทั่วโลก มาประยุกต์ใช้กับประเทศไทย และจากการที่คณะรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เห็นชอบ "แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ เรื่องการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละลอง" ตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2562 นับจนถึงบัดนี้กินเวลายาวนานเกินกว่า 1 ปี แล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง เขา กล่าว