บิ๊กฉัตร ลงพื้นที่เร่งยกระดับอาหารปลอดภัย สร้างความมั่นใจ หลังการแพร่ระบาดโควิด 19

27 มิ.ย. 2563 เวลา 4:53 น.

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา พร้อมคณะ ลงพื้นที่ ต.ทุ่งลูกนก อ.กําแพงแสน จ.นครปฐม ศึกษาดูงานการเลี้ยงโคนมของเกษตรกร (Young smart farmer) ภายใต้โครงการระบบส่งเสริม เกษตรแบบแปลงใหญ่ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 270

ที่กำหนดให้วุฒิสภา มีหน้าที่และอำนาจในการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัด การปฏิรูปประเทศ ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยเข้ารับฟังบรรยายสรุป และศึกษาดูงานการผลิตน้ำนม รวมทั้ง เยี่ยมชมฟาร์มโคนม วีรวัฒน์ฟาร์ม และสหกรณ์โคนม นครปฐม

ซึ่งผลิตน้ำนมแบบครบวงจร และผลิตอาหารสัตว์ สําหรับจําหน่ายให้แก่สมาชิก ก่อนแบ่งกลุ่มรับฟังปัญหาจากเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อรรวบรวมข้อมูลต่างๆจัดทำเป็นรายงานเสนอต่อฝ่ายบริหาร และรัฐบาล ทั้งนี้ จังหวัดนครปฐม มีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ซึ่งอยู่ในพื้นที่  4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนครปฐม กำแพงแสน บางเลน และ สามพราน รวมทั้งสิ้น จำนวน 841 ราย

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

โคนม 26,098 ตัว สามารถผลิตน้ำนมดิบได้ 147.81 ตัน/วัน สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยง โคนมในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ไม่น้อยกว่า 73.2 ล้านบาท/เดือน แต่ทั้งนี้ยังพบว่า มาตราฐาน GAP ของ โคนม อยู่ที่ 50% ซึ่ง พลเอกฉัตรชัย แสดงความคาดหวังให้จังหวัด ได้ทำงานร่วมกับเกษตรกร เพื่อวางเป้าหมายยกระดับ

โคนมของนครปฐมให้ GAP สูงขึ้นถึง 100% ขณะเดียวกันเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจะต้องรวมตัวกัน เพื่อทำให้เป็นเกษตรแปลงใหญ่ด้านปศุสัตว์  เพื่อลดต้นทุนในการผลิต และสามารถผลิตน้ำนมได้มากขึ้น จากโคนม 1 ตัวที่สามารถผลิตน้ำนมได้ 8 กิโลกรัมต่อตัวต่อวัน เป็น10 กิโลกรัมต่อตัวต่อวัน

ซึ่งหากสามารถทำได้เกษตรกรก็จะได้รับผลผลิตที่ดีขึ้น และสามารถส่งขายนมที่มีคุณภาพได้มาตราฐานไปสู่ท้องตลาด โดยจะสอดคล้องกับสภาวะในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทุกคนต้องการความปลอดภัย และมีสุขภาพดี จึงต้องการอาหารที่มีคุณภาพ และปลอดเชื้อด้วย

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

นอกจากนี้ พลเอก ฉัตรชัย ยังได้นำคณะ ลงพื้นที่จังหวัดราชบุรี เข้าศึกษาดูงานการบริหารจัดการสินค้าเกษตร ที่ศูนย์เรียนรู้การบริหารจัดการสินค้าเกษตร ตลาดเกษตรกรจังหวัดราชบุรี ซึ่งเมื่อครั้ง ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้นโยบาย "ตลาดนำการผลิต" เพื่อหวังให้เป็นสถานที่จำหน่ายพืชผักผลไม้และผลิตภัณฑ์สินค้าแปรรูปให้กับเกษตรกรในพื้นที่ โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ซึ่งเป็นเรื่องของเกษตรเพิ่มมูลค่า

ตามนโยบายที่นายกรัฐมนตรีเคยให้คำแนะนำไว้ ในการจัดหาพื้นที่ในการจำหน่ายสินค้าให้กับเกษตรกร ซึ่งตลาดสินค้าเกษตรจังหวัดราชบุรีแห่งนี้ ถือเป็นตัวอย่างที่ดี ที่ประสบความสำเร็จ และเทียบเท่ากับตลาดขององค์การตลาดเพื่อการเกษตร หรือ อ.ต.ก.

ซึ่งตัวเกษตรกรเองก็สามารถสร้างรายได้ จากการจำหน่ายสินค้าเกษตรได้เพิ่มมาขึ้นด้วย ทั้งนี้ปัจจุบันตลาดแห่งนี้เปิดให้บริการสัปดาห์ละ 2 วัน คือ อังคารและศุกร์ มีร้านค้าอยู่ 60 ร้าน และอนาคตจะขยายเพิ่มขึ้นอีก

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

ส่วนสินค้าเกษตรที่จำหน่าย ประกอบด้วย สินค้าประมงและแปรรูป, สินค้าพืชผักและผลไม้ ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP และสินค้าอินทรีย์, สินค้าปศุสัตว์และแปรรูป ซึ่ง พลเอกฉัตรชัย แสดงความคาดหวังว่า โครงการดีๆ ในลักษณะนี้จะมีขึ้นไปอีกหลายๆ จังหวัด

เพราะพิสูจน์แล้วว่า ทำให้เกษตรกรมีโอกาสที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันอยากให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องส่งเสริมตลาดแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวสามารถมาซื้อสินค้าของดีในจังหวัดเป็นของฝากได้ด้วย

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th