Spring News

สวนดุสิตโพลเผยประชาชนไม่พอใจการจัดการแก้ปัญหาโรงงานกิ่งแก้วระเบิด

11 ก.ค. 2564 เวลา 6:31 น.

จากเหตุการณ์โรงงานกิ่งแก้วระเบิด ชี้ให้เห็นว่าในภาคอุตสาหกรรมของไทยเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง แต่กลับพบว่าการรับมือ และแก้ปัญหายังทำได้ไม่รวดเร็วนัก ทั้งยังเปิดให้เห็นจุดอ่อนในเรื่องเดิมซ้ำ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการวางผังเมือง ระบบการระงับป้องกันภัยที่ยังไม่ทันสมัย

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณี บทเรียนจากเหตุระเบิดโรงงานกิ่งแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,266 คน ระหว่างวันที่ 6-9 กรกฎาคม 2564 พบว่า ประชาชนมองว่าเหตุการณ์นี้รุนแรง สร้างความเสียหายอย่างมาก ร้อยละ 88.54 คิดว่าเกิดจากสาเหตุการรั่วไหลของสารเคมี ร้อยละ 67.02 สิ่งที่อยากฝากถึงรัฐบาล คือ ควรตรวจสอบโรงงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ ร้อยละ 92.00 บทเรียนที่ได้รับคือ ควรให้ความสำคัญกับงานบรรเทาและป้องกันสาธารณภัยมากขึ้น ร้อยละ 69.99 ทั้งนี้ยังไม่ค่อยพอใจกับการแก้ปัญหาในภาพรวม ร้อยละ 39.38 

poll

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้ ส่งผล "สารสไตรีน" ภัยร้ายใกล้ตัวเรา

กรมอนามัยแนะวิธีปฏิบัติ คนในพื้นที่ โรงงานกิ่งแก้วระเบิด เป็นสารอันตราย

เปิดมุมมองประชาชน ทำอย่างไร คนไทย จะเอาชนะโควิด-19 ได้

ด้านดร.พรธิดา เทพประสิทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่าประชาชนมองว่าเหตุระเบิดโรงงานกิ่งแก้วมีความรุนแรงนำไปสู่ความเสียหายอย่างมาก และไม่ค่อยพอใจกับการแก้ไขปัญหาในภาพรวม อาจเป็นเพราะว่านี่ไม่ใช่เหตุระเบิดจากสารเคมีครั้งแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งผลของการสำรวจยังสะท้อนให้เห็นว่า บทเรียนที่เกิดขึ้นในครั้งนี้อาจต้องนำไปสู่การปฏิรูปเรื่องกฎหมายผังเมือง แผนระงับภัยฉุกเฉิน การจัดทำฐานข้อมูลการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ (Pollutant Release and Transfer Register: PRTR) เพื่อสะดวกต่อการปฏิบัติงานของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ช่วยลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นรวมไปถึงภาครัฐยังสามารถติดตามเรื่องสิ่งแวดล้อมและมลพิษที่เกิดขึ้นได้ และสิ่งที่สำคัญ คือ ต้องมีการให้ความรู้ การสร้างความตระหนักแก่ชุมชน ผู้ปฏิบัติงานในโรงงาน การพัฒนาศักยภาพบุคลากรชุดเผชิญเหตุ หน่วยผจญเพลิงให้มีความพร้อมในการรับมือด้วย 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด