ข่าวภาคใต้

ยัน!! วัคซีนโรคหัด ปลอดภัย ใช้กันทั่วโลกกลุ่มประเทศมุสลิม

สคร.12 สงขลา ยันยืนว่าวัคซีนโรคหัดที่นำมาใช้ในประเทศไทยเป็นวัคซีนที่ปลอดภัย ไม่มีส่วนประกอบมาจากหมู เป็นวัคซีนที่มีการใช้กันทั่วโลก

ดร.นายแพทย์สุวิช ธรรมปาโล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า สถานการณ์โรคหัดในจังหวัดยะลายังมีการเกิดโรคอย่างต่อเนื่อง และมีการระบาดในพื้นที่ที่มีความครอบคลุมของวัคซีนต่ำ

จากรายงานสถานการณ์โรคหัด ในเขต 12 (1 ม.ค.-10 ต.ค.61) จำนวนผู้ป่วย 429 ราย สูงสุด คือ จังหวัดยะลา 282 ราย เสียชีวิต 5 ราย รองลงมาจังหวัดปัตตานี 61 ราย และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตในจังหวัดอื่นๆ พบสัดส่วนการระบาดที่สูงในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี

สคร.12 สงขลา และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา มิได้นิ่งนอนใจได้ลงพื้นที่สอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิต โดยจากการลงพื้นที่พบว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 5 ราย มีอายุต่ำกว่า 5 ปี และสาเหตุเกิดจากการไม่ได้รับวัคซีนและได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ เนื่องจากประชาชนมีความเข้าใจผิดคิดว่าวัคซีนผลิตมาจากส่วนประกอบของหมู จึงปฏิเสธการรับวัคซีน อีกทั้งความครอบคลุมของวัคซีนในพื้นที่ที่มีเด็กเสียชีวิตต่ำกว่าร้อยละ 60 ซึ่งตามเกณฑ์ที่กำหนดต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95 จึงจะสามารถป้องกันโรคหัดได้

สคร.12 สงขลา ยันยืนว่าวัคซีนโรคหัดที่นำมาใช้ในประเทศไทยเป็นวัคซีนที่ปลอดภัย ไม่มีส่วนประกอบมาจากหมู เป็นวัคซีนที่มีการใช้กันทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศมุสลิม อย่างประเทศมาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย ฯลฯ

นอกจากนี้วัคซีนดังกล่าวยังมีประโยชน์ในการป้องกันโรคหัด และป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากโรคได้ ขอเน้นย้ำให้ประชาชนที่มีบุตรหลาน ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนโรคหัดมารับการฉีดวัคซีนโดยด่วน ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านฟรี และหากเด็กในปกครอง มีไข้ ไอ มีผื่นแดงและตาแดง ให้แยกเด็กออกไม่ให้สัมผัสกับเด็กอื่น เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ และในกรณีที่ในบ้านที่มีเด็กสัมผัสร่วมบ้านกับผู้ป่วย หากไม่ได้รับวัคซีนหรือฉีดวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ ให้ผู้ปกครองนำเด็กไปฉีดวัคซีนให้ครบ หรือในกรณีของเด็กนักเรียน หากมีอาการข้างต้นให้หยุดอยู่บ้าน เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์เช่นกัน ดร.นายแพทย์สุวิช กล่าวเพิ่มเติม

ตั้งศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินฯ โรคหัดขึ้น (EOC)

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินฯ โรคหัดขึ้น (EOC)
พร้อมทั้งได้ควบคุมการระบาดของโรคหัดในพื้นที่จังหวัดยะลา ด้วยมาตรการ 323 “หาให้ครบ ฉีดให้ทัน” โดยลงพื้นที่เชิงรุกดำเนินการวินิจฉัยโรคให้เร็ว แจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้ทราบภายใน 3 ชั่วโมง เพื่อสอบสวนโรค หาผู้สัมผัสโรคให้ครบ ภายใน 2 วัน และดำเนินการฉีดวัคซีนแก่ผู้สัมผัสโรคภายใน 3 วัน พร้อมกันนี้ สคร.12 สงขลา ได้ร่วมประชุม EOC เพื่อให้ข้อเสนอแนะทางวิชาการและสนับสนุนวัคซีนโรคหัดแก่พื้นที่แล้ว