ข่าว

แพทย์เฉพาะทาง เตือน พีเอ็ม 2.5 ส่งผลตับไตทำงานผิดปกติ ถึงขั้นเสียชีวิต

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไต เตือน ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 และฝุ่นจิ๋ว ส่งผลต่อตับไต เพราะสามารถเล็ดลอดเข้าไปในระบบทางเดินหายใจได้ ส่งผลให้ผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจ รวมถึงโรคไตมีภาวะการป่วยเพิ่มมากขึ้น ถึงขั้นเสียชีวิต

รศ.พ.ญ.ศิริรัตน์ อนุตระกูลชัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไต คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยถึงผลกระทบฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ที่จะกลับมามีปริมาณสูงในช่วงฤดูหนาวปีนี้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก คนให้ความสนใจระดับประเทศ ปัญหาของฝุ่นพีเอ็ม 2.5 และฝุ่นจิ๋วที่เล็กกว่าพีเอ็ม 2.5 มันน่ากลัวเพราะเล็กเกินกว่าขนจมูกและเยื่อบุทางเดินหายใจจะดักจับได้ พอมันหลุดรอดลงไปในส่วนลึก ๆ ในปอดและเข้าไปสู่กระแสเลือดได้ จะทำให้มันสามารถเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้เลยและจะไปส่งผลให้เกิดปัญหากับอวัยวะต่าง ๆ

พบว่ามีผลต่อหลอดเลือดสมองทำให้เป็นอัมพาตได้เพิ่มขึ้น ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ทำให้หัวใจขาดเลือดและทำให้หัวใจวายได้ด้วย และที่ไตก็พบว่าคนที่ไปอยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นปริมาณมาก ๆ ก็จะทำให้คนที่เป็นโรคไตอยู่แล้วเกิดภาวะไตเสื่อมได้เร็วขึ้น ต้องมานอนโรงพยาบาลมากขึ้น มีอัตราการเสียชีวิตจากโรคไตมากขึ้นเพราะว่าพอมันไปที่ตับที่ไตได้จะทำให้เลือดที่ไปเลี้ยงไตลดลง ก็จะค่อย ๆ ทำลายเส้นเลือดเล็ก ๆ ที่ไต ก็จะมีผลกับไตได้

“คนอีสานป่วยเป็นโรคไตสูงเป็นอันดับสองรองจากกรุงเทพฯ และมีผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังมากที่สุดในประเทศไทย แต่สาเหตุส่วนใหญ่ยังคงมาจากเบาหวาน ความดัน แต่มีอีกกลุ่มหนึ่งเกือบ 1 ใน 3 ของคนที่เป็นโรคไต ที่ไม่รู้สาเหตุว่าเกิดจากอะไร แต่ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าเกี่ยวข้องกับสภาพอากาศโดยตรงไหม เพราะอาจจะมีเหตุอื่น ๆ อีกที่รอการพิสูจน์ แต่เรื่องของคุณภาพอากาศที่แย่กับเรื่องโรคไตมีรายงานของต่างประเทศที่มีการติดตั้งระบบตรวจวัดปริมาณฝุ่นพีเอ็ม 2.5 และเอาไปตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นเยอะ ๆ จะพบว่าคนป่วยโรคไต จะมีสภาพที่แย่ลง ไตเสื่อมเร็ว และต้องนอนโรงพยาบาล อัตราการเสียชีวิตมากกว่าคนที่อยู่ในพื้นที่ที่ปริมาณฝุ่นน้อยกว่า

 

ซึ่งข้อมูลที่มีจะอยู่ในระดับของเชิงระบาดวิทยาของคนกลุ่มใหญ่ ๆ ที่เราไปดูว่าเขาอาศัยอยู่ตรงไหน และอีกอย่างมีการทำในสัตว์ทดลองเช่นหนูที่เอามาทดลองหายใจในอากาศที่มีการปนเปื้อนฝุ่น พบว่าฝุ่นจิ๋วสามารถหลุดเข้าสู่กระแสเลือดไปโผล่ที่ไตที่ตับได้แต่ในคนเราไม่สามารถเอาคนมาทดลองได้ จึงไม่สามารถระบุได้ชัดเจน แต่ในเชิงระบาดวิทยาและสัตว์ทดลองมีผลการศึกษาออกมาชัดเจนแล้ว จึงได้ให้คนไข้เฝ้าระวังเรื่องผู้ป่วยโรคไตกับฝุ่นจิ๋ว”รศ.พญ.ศิริรัตน์ กล่าว

รศ.พญ.ศิริรัตน์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของพีเอ็ม 2.5 ที่เข้าบ้านเราจะมีมากในฤดูหนาว ให้เฝ้าระวังโดยสาเหตุใหญ่ ๆ คือเรื่องของการเผาไหม้และเรื่องของสภาพอากาศ

เราต้องดูแลและป้องกันตัวเองถ้าเราทุกคนมีส่วนร่วมในสิ่งแวดล้อมได้ เช่นการใช้รถ น้ำมันดีเซลน้อยลง รถเก่าเราก็ไปตรวจซ่อม และไม่เผาป่าไม่เอาอ้อย ไม่จุดธูปในพิธีกรรมต่าง ๆ การแจ้งเตือนสำหรับคนป่วยที่มาเจอภาวะฝุ่นพิษแบบนี้ กลุ่มที่เสี่ยงที่เราต้องระวังเยอะ ๆ คือ หญิงตั้งครรภ์ คนแก่ เด็ก หรือคนทำงานกลางแจ้ง รปภ.คนทำงานก่อสร้าง และคนเป็นโรคประจำตัว

ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ อัมพฤกษ์ อัมพาต ปอด ถุงลมโป่งพอง หอบหืด พอเราศึกษาททางระบาดวิทยาเยอะ ๆ ก็พบว่าผู้ป่วยเหล่านี้มีความเสี่ยงเพิ่ม เบาหวานก็เสี่ยงเพิ่ม โรคเรื้อรังละเลยไม่ได้เลย ต้องใส่หน้ากากที่มีประสิทธิภาพที่ลดฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ได้มากกว่าหน้ากากอื่นคือหน้ากากเอ็น 95 ที่สามารถป้องกันฝุ่นขนาดได้ถึง 95 เปอร์เซ็นต์ เพียงแต่ว่าเวลาใส่ต้องใส่ให้ถูกวิธีแต่ใส่นานจะอึดอัดต้องใช้ให้เป็น และหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายกลางแจ้งในช่วงที่อากาศแย่ เพื่อป้องกันอันตรายจากฝุ่นพีเอ็ม 2.5

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เตรียมรับมือ ! กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศพายุดีเปรสชั่นถล่มเวียดนามแล้ว ไทยหนีไม่พ้น

-“รัฐบาล” สั่งพร้อมรับสถานการณ์น้ำ และยังสั่งการให้กรมอุตุนิยมวิทยา เกาะติดพายุต่างๆ

-ไต้ฝุ่น “มิทาค” หอบพายุฝนกระหน่ำญี่ปุ่น – ไต้หวัน

-“นุ้ย สุจิรา” วอนท่านคะท่าน เร่งแก้ปัญหา ฝุ่น PM2.5 อย่างยั่งยืน หลังกลับมาพุ่งสูง

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

-อาหารช่วยลดผลกระทบจากฝุ่นพิษ