กรุงเทพมหานคร ข่าว

จัดหนักสถานประกอบการ 202 แห่ง ปล่อยน้ำเสียลงแสนแสบ ปรับจริงสูงสุด 2,000 บาท/วัน

กรมควบคุมมลพิษ สั่งปรับสถานประกอบการริมคลองแสนแสบ 202 แห่ง เหตุปล่อยน้ำเสียลงคลองแสนแสบ โดยมีโทษปรับสูงสุดในอัตรา 2,000 บาท/วัน

นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า ตามที่เจ้าพนักงานควบคุมมลพิษ (คพ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบการระบายน้ำทิ้งจากสถานประกอบการในพื้นที่คลองแสนแสบ อย่างต่อเนื่องมา ตั้งแต่ปี 2559 ถึง ปี 2562 พบว่ามีสถานประกอบการถึง 593 แห่ง ในนพื้นที่ริมคลองแสนแสบและคลองสาขา ระบายน้ำทิ้งเกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ส่วนใหญ่เป็นอาคารชุด โรงแรม และอาคารสำนักงาน จึงได้ออกคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไขระบบบำบัดน้ำเสียให้ได้มาตรฐานภายในระยะเวลาที่กำหนด

นายประลอง กล่าวว่า ผลการตรวจติดตามคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมมลพิษ พบว่ามีสถานประกอบการ 289 แห่ง ได้ปรับปรุงแก้ไขระบบบำบัดน้ำเสีย จนน้ำทิ้งมีค่าเป็นไปตามมาตรฐานแล้ว จึงยุติคำสั่ง และมีจำนวน 304 แห่ง ที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งและยังคงระบายน้ำทิ้งเกินค่ามาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่ง คพ. ได้ใช้มาตรการบังคับทางปกครอง โดยออกคำสั่งปรับเป็นรายวันแล้ว จำนวน 202 แห่ง และอีก 102 แห่ง อยู่ระหว่างเสนอเพื่อออกคำสั่งปรับเป็นรายวัน โดยมีโทษปรับสูงสุดในอัตรา 2,000 บาท/วัน จนกว่าจะสามารถปรับปรุงแก้ไขระบบบำบัดน้ำเสียให้สามารถบำบัดน้ำทิ้งเป็นไปตามค่ามาตรฐานได้

นายประลอง กล่าวต่อว่า ในปีนี้ คพ. ยังคงเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยจะออกคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไขระบบบำบัดน้ำเสียกับแหล่งกำเนิดมลพิษที่ระบายน้ำทิ้งเกินมาตรฐาน และใช้มาตรการบังคับทางปกครอง ปรับเป็นรายวันกับแหล่งกำเนิดมลพิษที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง และจะขยายผลการดำเนินงานไปยังคลองที่มีคุณภาพน้ำเสื่อมโทรมอื่นๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นกลาง และชั้นใน เพื่อเป็นการกระตุ้นให้กับภาคผู้ประกอบการและภาคประชาชน เกิดความตระหนัก หันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม และบำบัดน้ำเสียจากอาคารบ้านเรือนของตนเอง ก่อนระบายออกสู่สิ่งแวดล้อม และในที่สุด ก็จะสามารถยกระดับคุณภาพน้ำให้ดีขึ้น เหมาะสมกับการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อไป ทั้งนี้ ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบรายชื่อสถานประกอบที่ระบายน้ำทิ้งเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดได้ที่ “ระบบการเปิดเผยข้อมูลการตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษสู่สาธารณะ” (Public Disclosure)