จัสติน บีเบอร์ ถูกกดดันให้ยุติการแสดงที่ซาอุฯโดยคู่หมั้นของคาชอกกี

22 พ.ย. 2564 เวลา 4:53 น. 244

คู่หมั้นของ Jamal Khashoggi นักข่าวที่วิจารณ์ราชวงศ์ซาอุฯส่งจดหมายหาจัสติน ขอให้เขาไม่เข้าร่วมงานคอนเสิร์ตที่กำลังจัดขึ้นในวันที่ 5 ธันวาคมนี้เพื่อกู้หน้าราชวงศ์

คู่หมั้นของนายจามาล คาชอกกี (Jamal Khashoggi) นักข่าวของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ที่ถูกลอบสังหารที่ซาอุดิอาราเบียเมื่อปี 2018 คู่หมั้นของเขาได้ออกมาเรียกร้องให้จัสติน บีเบอร์ยกเลิกคอนเสิร์ตที่กำลังจะจัดขึ้นในซาอุดิอาราเบีย วันที่ 5 ธันวาคมที่จะถึงนี้เพราะไม่อยากให้งานนี้เป็นงานกู้หน้าของเมืองที่เธอเชื่อว่าเป็นผู้สั่งฆ่าสามีของเธอ

นักร้องหนุ่มชาวแคนาดา จัสติน บีเบอร์ จะเป็นเซเลบริตี้คนแรกที่ได้ขึ้นแสดงในงาน Formula One Grand Prix แห่งแรกของอาณาจักรในเมืองเจดดาห์ แต่ Hatice Cengiz ภรรยาของจามาลได้เขียนจดหมายถึงจัสติน บีเบอร์เพื่อกระตุ้นให้เขาส่งต่อข้อความอันทรงพลังนี้ออกไป

เนื้อหาช่วงตอนหนึ่งในจดหมายเขียนว่า

“อย่ามาร้องเพลงเพื่อฆาตกรที่ฆ่าจามาลที่รักของฉันนะ”

ข้อความนี้ก็ถูกเผยแพร่บนวอชิงตันโพสต์

เธอกล่าวว่าเธอไม่อยากให้จัสตินขึ้นแสดง เพื่อชื่อเสียงและพรสวรรค์ของเขาจะไม่ถูกนำมาใช้เพื่อฟื้นฟูชื่อเสียงของระบอบการปกครองที่ฆ่านักวิจารณ์

Hatice Cengiz ภรรยาของจามาลรอเขาเป็นเวลากว่า 10 ชั่วโมงหน้ากงสุล Cr.AFP/GETTY IMAGES

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชื่อของจัสติน บีเบอร์ถูกโปรโมทในงานการแข่งขัน F1 ในวันที่ 5 ธันวาคมที่จะถึงนี้ และมีศิลปินชื่อดังท่านอื่นร่วมด้วยเช่น A$AP Rocky, David Guetta and Jason Derulo

องค์กร Human Rights Watch ได้เรียกร้องให้นักร้องอย่างบีเบอร์และนักแสดงคนอื่นๆถอนตัวออกจากคอนเสริร์ต F1 โดยกล่าวว่า งานนี้จัดขึ้นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากข่าวฉาวล่าสุดของ มกุฎราชกุมารซาอุดิอาราเบีย โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน (Mohammed bin Salamn) ที่ได้สั่งฆ่าจามาล จากการที่เขาวิพาร์กวิจารณ์ราชวงศ์

บีเบอร์ไม่ใช่ป๊อปสตาร์คนแรกที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันให้ออกจากคอนเสิร์ตในซาอุฯ ในปี 2019 แร็ปเปอร์สาวอย่าง Nicki Minaj ก็ถูกยกเลิกการแสดงที่จัดขึ้นที่เจดดาห์ โดยเธออ้างว่า เธอสนับสนุนผู้หญิงและสิทธิของ LGBT

จัสติน บีเบอร์ นักร้องหนุ่มชาวแคนาดาจะตอบยังไงนะ?

 

การหายตัวไปคาชอกกี

นักข่าววัย 59 ปีรายนี้เคยเป็นที่ปรึกษาให้กับรัฐบาลซาอุดิอาราเบียและใกล้ชิดกับราชวงศ์เสมอมา แต่เขาไม่เคยได้รับความโปรดปรานแม้แต่น้อยและต้องลี้ภัยในสหรัฐฯเมื่อปี 2017

คาชอกกี นักวิจารณ์ประจำซาอุดิอาราเบีย ถูกสังหารที่สถานกงสุลในอิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 28 ก.ย. เขาเดินทางเพื่อไปรับเอกสารรับรองว่าเขาหย่าขาดจากภรรยาแล้ว แต่เขาได้รับแจ้งให้กลับมาใหม่

นายคาชอกกีกลับไปที่นั่นอีกในวันที่ 2 ต.ค. เมื่อเวลา 13.14น. ตามเวลาท้องถิ่น เขาไปถึงก่อนเวลานัด 13.30 น.เขานำโทรศัพท์มือถือสองเครื่องของเขาให้กับฮาทีเจอ เจงกิซ คู่หมั่นชาวตุรกีของเขา และบอกเธอว่า ถ้าเขาไม่กลับออกมา ให้โทรหาที่ปรึกษาของประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี ภรรยาของเขารอด้านนอกนานกว่า 11 ชั่วโมง แต่เขาไม่ออกมา เธอจึงตัดสินใจเดินเข้าไปในช่วงเช้าของวันที่ 3 แต่ก็ไม่พบร่องรอยของเขาอีกเลย

จามาล คาชอกกี หายตัวไปตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 2 ต.ค. Cr.EPA

รายงานข่าวกรองของสหรัฐฯบ่งชี้ว่า โมฮัมเหม็ด บิน ซัลลาน มกุฎราชกุมารซาอุฯ คือผู้อนุมัติให้สังหารนายจามาล คาซอกกี แต่พระองค์ทรงปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้นกับเหตุการณ์ดังกล่าว

ย้อนกลับไปยังเหตุการณ์การลอบสังหารนายจามาล คาซอกกี (Jamal Khashoggi) นักข่าวของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ แหล่งข่าวระบุว่า รายงานข่าวกรองกลางของสหรัฐฯ หรือ CIA สรุปคดีดังกล่าวมาให้ว่ามกุฎราชกุมารซาอุฯ ได้ทรงอนุมัติและอาจทรงสั่งการให้สังหารนายคาชอกกี ผู้เขียนบทความวิจารณ์ราชวงศ์ซาอุฯอย่างรุนแรงลงในหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์

VOA ประเทศไทยรายงานว่า การเปิดเผยรายงานฉบับนี้คือส่วนหนึ่งของการปรับความสัมพันธ์กับรัฐบาลซาอุฯ ภายใต้รัฐบาลสหรัฐฯชุดใหม่ให้กลับมาอยู่ในแนวทางเดิม หลังจากมีประวัติด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลซาอุฯ และการแทรกแซงสงครามในเยเมน ถูกเมินเฉยจากรัฐบาลอเมริกันชุดก่อนมาหลายปี

จามาล คาชอกกี ถูกฆาตกรรมเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2018 หลังการหายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ ระหว่างที่เดินทางเข้าไปสถานกงสุลซาอุฯ ที่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยภายหลังเจ้าหน้าที่ตุรกีเปิดเผยรายงานที่ระบุว่า นักข่าววัย 59 ปีผู้มักวิจารณ์ราชวงศ์ซาอุฯ ผู้นี้ถูกแขวนคอและถูกหั่นศพเป็นชิ้นๆภายในสถานกงสุลซาอุฯแต่ไม่มีใครพบชิ้นส่วนร่างกายของเขา

ในคอลลัมน์แรกของคาชอกกีที่เขียนให้กับวอชิงตันโพสต์ เขาระบุว่า เขากลัวถูกจับเนื่องจากการที่มกุฎราชกุมารแห่งซาอุฯทรงปราบปรามผู้ที่แข็งข้อ นับตั้งแต่พระองค์ทรงขึ้นมาเป็นองค์รัชทายาทลำดับแรก ในการสืบราชสมบัติต่อจากสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน เขาเขียนคอลัมน์นี้เมื่อตอนเขาลี้ภัยในสหรัฐฯเมื่อปี 2017

รายงานจากเจ้าหน้าที่ตุรกีระบุว่า เขาถูกสายลับซาอุฯสังหารที่สถานกงสุลและถูกจัดการศพ แต่ตุรกีไม่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือในการพิสูจน์ข้อสันนิษฐานนี้ นอกจากนี้หนังสือพิมพ์ซาบาห์ของตุรกีที่สนับสนุนโดยรัฐบาลรายงานว่า มีทีมสายลับของวาอุฯต้องสงสัย 15 คนที่เดินทางบินเข้าและออกนครอิสตันบูลในวันที่นายคาชอกกีหายตัวไป

ส่วนเรื่องของการสืบสวนและไทม์ไลน์นั้นจะเป็นอย่างไร มีรายละเอียดอะไรบ้าง ลองไปอ่านต่อได้ที่ BBC

ที่มาข้อมูล BBC และ VOA THAILAND

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ข่าวที่น่าสนใจ