แอมเนสตี้แฉเครือข่าย ทหาร-ตำรวจ กัมพูชา หนุนแก๊งสแกมเมอร์

แอมเนสตี้แฉเครือข่าย ทหาร-ตำรวจ กัมพูชา หนุนแก๊งสแกมเมอร์

แอมเนสตี้เปิดรายงานแฉ 5 บริษัท รปภ. กัมพูชา เชื่อมโยงเครือข่ายการเมือง ทหาร และตำรวจ พบมีบทบาทควบคุมเหยื่อค้ามนุษย์ในศูนย์สแกมเมอร์หลายพื้นที่ทั่วประเทศ

SHORT CUT

  • แอมเนสตี้พบว่า บริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชน 5 แห่ง มีส่วนเกี่ยวข้องกับศูนย์สแกมเมอร์อย่างน้อย 23 แห่งในกัมพูชา โดยมีบทบาทควบคุมตัวเหยื่อ ป้องกันการหลบหนี และใช้ความรุนแรงต่อผู้ถูกบังคับทำงาน
  • รายงานพบความเชื่อมโยงระหว่างบริษัทรักษาความปลอดภัยกับเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจระดับสูง รวมถึงบุคคลที่มีอิทธิพลทางการเมือง สะท้อนว่าเครือข่ายสแกมเมอร์อาจได้รับการสนับสนุนจากผู้มีอำนาจ
  • แม้รัฐบาลกัมพูชาเริ่มกวาดล้างศูนย์สแกมเมอร์ แต่ยังไม่มีหลักฐานการสอบสวนบริษัททั้ง 5 แห่งและผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง แอมเนสตี้จึงเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังเครือข่ายเหล่านี้อย่างจริงจัง

แอมเนสตี้เปิดรายงานแฉ 5 บริษัท รปภ. กัมพูชา เชื่อมโยงเครือข่ายการเมือง ทหาร และตำรวจ พบมีบทบาทควบคุมเหยื่อค้ามนุษย์ในศูนย์สแกมเมอร์หลายพื้นที่ทั่วประเทศ

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยรายงานสืบสวนฉบับใหม่ พบความเชื่อมโยงระหว่างบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชน 5 แห่งในกัมพูชา กับเครือข่ายผู้มีอิทธิพลทางการเมือง กองทัพ และตำรวจ ซึ่งมีส่วนสนับสนุนให้ศูนย์สแกมเมอร์สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ แม้สถานที่เหล่านี้จะถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงาน การทรมาน และการกักขังผู้เสียหาย

แอมเนสตี้แฉเครือข่าย ทหาร-ตำรวจ กัมพูชา หนุนแก๊งสแกมเมอร์

รายงานชื่อ 'ธุรกิจในเครื่องแบบ: บริษัทรักษาความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่รัฐในศูนย์สแกมเมอร์ในกัมพูชา' (Official Business: Security companies and authorities at scamming compounds in Cambodia) ระบุว่า บริษัททั้ง 5 แห่งมีบทบาทดูแลความปลอดภัยให้กับศูนย์สแกมเมอร์หลายแห่งทั่วประเทศ โดย 3 บริษัทมีความเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่รัฐของกัมพูชา

นอกจากนี้ ยังพบความเชื่อมโยงระหว่างทหารและตำรวจกว่า 20 คน กับบริษัทรักษาความปลอดภัยและศูนย์สแกมเมอร์อย่างน้อย 22 แห่ง จากทั้งหมด 86 แห่งที่แอมเนสตี้ตรวจสอบ

แอมเนสตี้แฉเครือข่าย ทหาร-ตำรวจ กัมพูชา หนุนแก๊งสแกมเมอร์

แอกเนส คาลามาร์ด (Agnès Callamard) เลขาธิการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า ข้อค้นพบครั้งนี้ช่วยเปิดเผยความเชื่อมโยงระหว่างเครือข่ายอาชญากรรมสแกมเมอร์มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ กับบุคคลที่มีสายสัมพันธ์ทางการเมือง ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่ถูกตรวจสอบความรับผิดอย่างจริงจัง โดยบริษัทรักษาความปลอดภัยถือเป็นส่วนสำคัญของระบบที่ใช้ควบคุมและแสวงหาประโยชน์จากผู้เสียหาย

รปภ. มีบทบาทกักขังและใช้ความรุนแรง

แอมเนสตี้ระบุว่า การสืบสวนครั้งนี้อาศัยการสัมภาษณ์ผู้รอดชีวิตจากศูนย์สแกมเมอร์ 151 คน ในช่วงเดือนมกราคม 2566 ถึงกันยายน 2569 พร้อมตรวจสอบข้อมูลผู้เสียหายอีกกว่า 400 คน รวมถึงสำรวจสถานที่ที่เกี่ยวข้อง 82 แห่ง จากศูนย์สแกมเมอร์ที่ระบุได้ทั้งหมด 86 แห่ง

ผลการตรวจสอบพบว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมีบทบาทมากกว่าการเฝ้าสถานที่ โดยทำหน้าที่ควบคุมทางเข้าออก ป้องกันไม่ให้ผู้เสียหายหลบหนี ติดตามผู้ที่พยายามหลบหนี รวมถึงใช้ความรุนแรงเพื่อบังคับให้ผู้ถูกกักขังทำงานหลอกลวงออนไลน์

ผู้รอดชีวิตหลายคนให้ข้อมูลว่าเคยถูกเจ้าหน้าที่ทุบตี ช็อตด้วยกระบองไฟฟ้า กักขังในห้องมืด และบางกรณีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยังยืนเฝ้าขณะที่ผู้จัดการศูนย์ข่มขืนผู้หญิง

หนึ่งในกรณีที่รายงานเปิดเผย คือเหตุการณ์ที่ศูนย์สแกมเมอร์พาร์ค 8 หรือ PV01 โดยหญิงชาวแคเมอรูนรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจับตัวเธอไว้ตั้งแต่เดินทางมาถึง ก่อนถูกนำไปยังห้องมืดและถูกผู้จัดการข่มขืน ขณะที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนอยู่ด้านนอก

ขณะที่ผู้รอดชีวิตชาวยูกันดาอีกรายจากศูนย์เดียวกัน ระบุว่าเขาถูกล่ามโซ่ไว้เหนืออ่างน้ำ ถูกทุบตีเป็นเวลาหลายชั่วโมง และถูกช็อตด้วยกระบองไฟฟ้า

 

เปิดชื่อ 5 บริษัท รปภ. เชื่อมโยงศูนย์สแกมเมอร์

รายงานระบุชื่อบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชน 5 แห่งที่มีความเชื่อมโยงกับศูนย์สแกมเมอร์และการละเมิดสิทธิมนุษยชน ได้แก่

1.เลียบ สมนาง (Leap Somnang) เป็นบริษัทที่มีขอบเขตการดำเนินงานกว้างขวางที่สุด เชื่อมโยงกับศูนย์สแกมเมอร์อย่างน้อย 15 แห่ง ใน 8 จังหวัด โดยผู้รอดชีวิต 12 คนสามารถระบุเจ้าหน้าที่ เครื่องแบบ หรือโลโก้ของบริษัทได้ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับการข่มขู่ การทุบตี และการใช้ไฟฟ้าช็อต

2.ซีเคียวริตี้ เรสปอนส์ (Security Response) มีความเชื่อมโยงกับธนาคารแพนด้า (Panda Bank) และเครือข่ายบริษัทฮุ่ยวัน (Huione) โดยเชื่อมโยงกับศูนย์สแกมเมอร์ 5 แห่ง รวมถึงพาร์ค 8

3.ซีดี ซีเคียวริตี้ (ZD Security) หรือชื่อเดิม บีไอซี ซีเคียวริตี้ (BIC Security) เชื่อมโยงกับศูนย์สแกมเมอร์ 2 แห่งในพื้นที่โบตุมซาโกร์ ซึ่งมีรายงานการทรมาน การบังคับใช้แรงงาน และการกักขังโดยมิชอบ

4.ดารา ซีเคียวริตี้ (Dara Security) เชื่อมโยงกับศูนย์สแกมเมอร์ 2 แห่งในสีหนุวิลล์

5.เบสต์ ซีเคียวริตี้ (Best Security) เชื่อมโยงกับศูนย์สแกมเมอร์แห่งหนึ่งในบาเวต ซึ่งมีข้อมูลการค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงาน และการใช้แรงงานเด็ก

แอมเนสตี้แฉเครือข่าย ทหาร-ตำรวจ กัมพูชา หนุนแก๊งสแกมเมอร์

แอมเนสตี้แฉเครือข่าย ทหาร-ตำรวจ กัมพูชา หนุนแก๊งสแกมเมอร์

พบชื่อทหารและตำรวจระดับสูงเกี่ยวข้อง

ประเด็นสำคัญอีกประการคือ รายงานพบความเชื่อมโยงระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกัมพูชากับบริษัทและศูนย์สแกมเมอร์ โดยยกตัวอย่างบุคคลอย่างน้อย 3 ราย

รายแรก บัน โสพัต (Ban Sophat) ซึ่งมีบทบาทควบคุมบริษัทเลียบ สมนาง และดำรงตำแหน่งพันเอกในกองทัพราชอาณาจักรกัมพูชา

รายที่สอง เล ชันนี (Lay Channy) รองผู้บัญชาการตำรวจ ซึ่งแอมเนสตี้พบหมายเลขโทรศัพท์ของเขาปรากฏอยู่ในโฆษณาของบริษัทเบสต์ ซีเคียวริตี้ นอกจากนี้ยังพบว่าเขามีส่วนร่วมในปฏิบัติการกวาดล้างที่บาเวต ซึ่งเป็นพื้นที่ที่บริษัทดังกล่าวดูแลศูนย์สแกมเมอร์

รายที่สาม พลจัตวา เต็ก บุญเทือน (Tek Bunthoeun) ซึ่งมีส่วนได้เสียโดยตรงและอาจมีอำนาจควบคุมโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีศูนย์สแกมเมอร์ BM02 ตั้งอยู่ โดยสถานที่แห่งนี้มีข้อมูลเกี่ยวกับการทรมาน การกักขัง และการบังคับใช้แรงงาน

อย่างไรก็ตาม แอมเนสตี้ระบุว่า การพบความเชื่อมโยงทางธุรกิจไม่ได้หมายความว่าบุคคลทุกคนที่ถูกกล่าวถึงมีความรับผิดโดยตรงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้น โดยองค์กรได้ส่งหนังสือสอบถามบริษัทและบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อรวบรวมคำชี้แจงประกอบรายงาน

กวาดล้างศูนย์สแกมเมอร์ แต่เครือข่ายผู้สนับสนุนยังไม่ถูกสอบสวน

แม้รัฐบาลกัมพูชาเริ่มปฏิบัติการกวาดล้างศูนย์สแกมเมอร์ครั้งใหญ่ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 และศูนย์ขนาดใหญ่หลายแห่งดูเหมือนจะหยุดดำเนินงาน แต่แอมเนสตี้ตั้งข้อสังเกตว่า ยังไม่พบข้อมูลการสอบสวนบริษัททั้ง 5 แห่ง เจ้าของและผู้บริหาร รวมถึงเครือข่ายทางธุรกิจและเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจเกี่ยวข้อง

ขณะที่ทางการกัมพูชาระบุว่า ได้ลงโทษทางวินัยตำรวจ 77 นายที่เกี่ยวข้องกับศูนย์สแกมเมอร์แล้ว

ด้านบัน โสพัต ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นเจ้าของ กรรมการ หรือผู้บริหารบริษัทเลียบ สมนาง โดยระบุว่าเคยทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับเจ้าของบริษัท ส่วนเบสต์ ซีเคียวริตี้ยืนยันว่า เล ชันนีไม่มีอำนาจควบคุมบริษัท แม้จะยอมรับว่าหมายเลขโทรศัพท์ของเขาปรากฏบนป้ายบริษัท ขณะที่ซีเคียวริตี้ เรสปอนส์ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดในรายงาน

แอมเนสตี้จึงเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาดำเนินการสอบสวนบริษัทและบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นอิสระ ตรวจสอบบทบาทของทหารและตำรวจที่ยังรับราชการอยู่ ระงับใบอนุญาตบริษัทที่มีหลักฐานน่าเชื่อถือเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง และจัดให้ผู้เสียหายได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสม

อ่านรายงานของแอมเนสตี้ฉบับเต็มได้ที่ 

ฉบับภาษาไทย https://bit.ly/48gWny8
ฉบับภาษาอังกฤษ https://bit.ly/3UlZZvo

ที่มา : แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย

แอมเนสตี้แฉเครือข่าย ทหาร-ตำรวจ กัมพูชา หนุนแก๊งสแกมเมอร์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

related