SHORT CUT
History of tech จาก SPRiNGtech ขอพาไปดูวิวัฒนาการของเครื่องเกมต่างๆ เนื่องในวันที่ 12 กันยายน เป็นวันวิดีโอเกม
ชวนดูพัฒนาการ วิดีโอเกม พื้นที่แห่งการสร้างจินตนาการ - เชื่อมโยงคนทั้งโลก
วิดีโอเกมถือเป็นวิวัฒนาการเทคโนโลยี และสื่อที่ทรงอิทธิพลอย่างมหาศาลต่อวัฒนธรรม เทคโนโลยี และเศรษฐกิจ ไม่ใช่เพียงของเล่นอีกต่อไป ตลอด 80 ปีแห่งวิวัฒนาการ เกมได้เดินทางจากการทดลองในห้องปฏิบัติการสู่ความบันเทิงระดับโลกที่เชื่อมโยงผู้คนหลายพันล้านคน
และในแต่ละปี เหล่าเกมเมอร์ทั่วโลกต่างหาโอกาสเฉลิมฉลองให้กับสื่อที่ตนรัก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาที่มี "วันวิดีโอเกมแห่งชาติ" ถึงสองวัน คือ 12 กันยายน และ 8 กรกฎาคม
History of tech จาก SPRiNGtech ขอพาไปดูวิวัฒนาการของเครื่องเกมต่างๆ
จุดเริ่มต้น (ทศวรรษ 1940-1950): ประวัติศาสตร์วิดีโอเกมเริ่มต้นขึ้นก่อนยุคดิจิทัล จาก "Cathode-Ray Tube Amusement Device" (1947) อุปกรณ์ยิงขีปนาวุธบนจอเรดาร์ สู่ "Tennis for Two" (1958) เกมเทนนิสบนจอออสซิลโลสโคปที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงโดยเฉพาะ
วิวัฒนาการของเกม - เรื่องราวไม่ได้เริ่มต้นในโรงรถของซิลิคอนแวลลีย์ แต่เริ่มต้นในห้องปฏิบัติการและงานแสดงทางวิทยาศาสตร์ จุดกำเนิดที่แท้จริงสามารถย้อนกลับไปได้ถึงปี 1947 กับ "Cathode-Ray Tube Amusement Device" สิทธิบัตรเกมยิงขีปนาวุธที่ได้แรงบันดาลใจจากจอเรดาร์สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง แม้จะไม่เคยถูกผลิตเชิงพาณิชย์ แต่นี่คือหลักฐานชิ้นแรกของการมีปฏิสัมพันธ์บนหน้าจออิเล็กทรอนิกส์
ต่อมาในปี 1958 "Tennis for Two" ที่สร้างโดยนักฟิสิกส์ วิลเลียม ฮิกินบอทัม ได้ถือกำเนิดขึ้น เกมเทนนิสอย่างง่ายที่แสดงผลบนจอออสซิลโลสโคปนี้ ถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในวิดีโอเกมแรกที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงอย่างแท้จริง มันได้ปลูกฝังแนวคิดที่ว่า "เครื่องจักรสามารถมอบความสนุกสนานได้"
เมื่อเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เริ่มเข้าถึงได้มากขึ้นในรั้วมหาวิทยาลัย เกม "Spacewar!" (1962) จึงถือกำเนิดขึ้น และกลายเป็นพิมพ์เขียวสำคัญสำหรับเกมในยุคต่อมา
แต่จุดเปลี่ยนที่นำวิดีโอเกมออกจากห้องทดลองสู่สาธารณะเกิดขึ้นในยุค 1970s ทศวรรษนี้เริ่มต้นด้วย Magnavox Odyssey (1972) เครื่องเล่นเกมคอนโซลสำหรับใช้ในบ้านเครื่องแรกของโลก ที่เปลี่ยนห้องนั่งเล่นให้กลายเป็นสนามเด็กเล่นอิเล็กทรอนิกส์
ปีเดียวกันนั้นเอง Atari ได้ปล่อย "Pong" ออกมาในรูปแบบเกมตู้ (Arcade) ความเรียบง่ายของเกมตีลูกบอลโต้ตอบกันนี้สร้างปรากฏการณ์อย่างถล่มทลาย มันไม่เพียงแต่ให้กำเนิดอุตสาหกรรมเกมอาร์เคด แต่ยังพิสูจน์ให้เห็นว่าวิดีโอเกมมีศักยภาพในเชิงพาณิชย์อย่างมหาศาล ตามมาด้วยเกมระดับตำนานอย่าง Space Invaders (1978) ที่ทำให้เกิดภาวะเหรียญขาดแคลนในญี่ปุ่นมาแล้ว
ทศวรรษที่ 80 คือ "ยุคทอง" ที่แท้จริงของเกมคอนโซล แต่ก็เริ่มต้นด้วยวิกฤตการณ์วิดีโอเกมในปี 1983 ที่เกือบทำให้อุตสาหกรรมล่มสลาย อย่างไรก็ตาม Nintendo Entertainment System (NES) จากญี่ปุ่นได้เข้ามาพลิกสถานการณ์ในปี 1985 พร้อมกับเกม "Super Mario Bros." ที่ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการ และทำให้ "มาริโอ" กลายเป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมป๊อปไปทั่วโลก การมาถึงของ NES และคู่แข่งอย่าง Sega Genesis ได้จุดประกาย "สงครามคอนโซล" ครั้งแรกขึ้น
ทศวรรษนี้คือยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านจากภาพ 2 มิติสู่โลก 3 มิติ เกมอย่าง "Doom" (1993) ได้บุกเบิกแนวเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (FPS) และนำเสนอประสบการณ์ที่สมจริงจนน่าตกใจ ในขณะที่ "Warcraft" (1994) วางรากฐานให้แก่เกมแนววางแผนการรบเชิงกลยุทธ์ (RTS) ที่ซับซ้อน
การมาถึงของ PlayStation ในปี 1994 และ Nintendo 64 ในปี 1996 ได้ผลักดันกราฟิก 3 มิติให้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการ ทำให้เกิดเกมที่มีเนื้อเรื่องลุ่มลึกและโลกที่กว้างใหญ่ไพศาลกว่าที่เคยเป็นมา
การมาถึงของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้เปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง เกมไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องนั่งเล่นอีกต่อไป แต่มันคือประตูสู่โลกออนไลน์ที่ผู้คนนับล้านสามารถเชื่อมต่อกันได้ เกมแนว MMORPG (Massively Multiplayer Online Role-Playing Game) อย่าง "World of Warcraft" (2004) ได้สร้างชุมชนเสมือนจริงขนาดมหึมาที่ผู้คนใช้ชีวิต ทำงาน และผจญภัยร่วมกัน วัฒนธรรมร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่เบ่งบานไปทั่วโลก
การถือกำเนิดของสมาร์ทโฟนได้ทำให้ "ทุกคน" กลายเป็นเกมเมอร์ เกมมือถืออย่าง "Angry Birds" หรือ "Pokémon GO" เข้าถึงผู้คนในวงกว้างอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ในขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมเกมหลักก็ก้าวไปสู่จุดสูงสุดด้วยกราฟิกที่สมจริงราวกับภาพยนตร์ และการแข่งขัน eSports ที่กลายเป็นกีฬาระดับอาชีพ มีเงินรางวัลมหาศาลและฐานแฟนคลับทั่วโลก
ปัจจุบัน เรากำลังยืนอยู่บนพรมแดนใหม่ของเทคโนโลยี VR (Virtual Reality) และ AR (Augmented Reality) ที่พร้อมจะทลายกำแพงระหว่างโลกจริงและโลกเสมือนลงอย่างสิ้นเชิง ขณะที่ Cloud Gaming กำลังจะทำให้การเข้าถึงเกมคุณภาพสูงทำได้ง่ายดายเพียงปลายนิ้ว โดยไม่จำเป็นต้องมีฮาร์ดแวร์ราคาแพง
จากจุดแสงบนจอเรดาร์ สู่โลกโอเพนเวิลด์ที่ซับซ้อนและสมจริง วิดีโอเกมได้พิสูจน์แล้วว่ามันไม่ใช่แค่สื่อบันเทิง แต่เป็นพื้นที่แห่งนวัตกรรม, ศิลปะ, การเชื่อมต่อทางสังคม และเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในวัฒนธรรมร่วมสมัยของมนุษยชาติในศตวรรษที่ 21
ที่มา : nationaldaycalendar flashbak
ข่าวที่เกี่ยวข้อง